ถ้าโค้ดที่ AI เขียนพังแล้วแก้ไม่หายสักที ให้เลิกพิมพ์ "แก้ให้หน่อย" ซ้ำไปก่อน เก็บ error ทั้งหมดที่เห็นมาให้ครบ แล้วสั่งให้ AI อธิบายสาเหตุโดยยังไม่ต้องแก้อะไร พอได้สาเหตุแล้วค่อยให้แก้ทีละจุด และ commit ด้วย Git ทุกครั้งที่แก้ผ่าน จะได้ย้อนกลับได้เมื่อต้องการ ทำตามนี้แล้วบั๊กส่วนใหญ่จะจบในไม่กี่รอบ ไม่ต้องวนเป็นชั่วโมง

ปัญหานี้เจอได้กับทุกเครื่องมือ ไม่ว่าจะเป็น Claude Code, Codex หรือ Cursor บทความนี้รวบรวมขั้นตอนแก้บั๊กที่คนไม่ได้เรียนเขียนโปรแกรมมาก็ทำตามได้ พร้อมตารางอาการที่เจอบ่อยในเว็บที่สร้างด้วย AI

ทำไม AI ถึงแก้บั๊กวนไม่จบ

AI ไม่ได้เห็นหน้าจอเดียวกับเรา ถ้าเราบอกแค่ว่า "ปุ่มกดไม่ได้" มันก็ต้องเดาว่าเป็นเพราะอะไร พอเดาผิดก็จะแก้โค้ดที่ไม่เกี่ยว ปัญหาเดิมก็ยังอยู่ แล้วยังอาจทำให้ส่วนที่เคยใช้ได้พังเพิ่มด้วย

สาเหตุหลักที่ทำให้แก้วนมีประมาณนี้

ลองดูขั้นตอนข้างล่าง แต่ละขั้นแก้ปัญหาข้างบนได้ทีละข้อ

ขั้นที่ 1 เก็บหลักฐานก่อน ว่า error อยู่ตรงไหน

ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดของมือใหม่คือหน้าเว็บแค่ "ไม่ขึ้น" แต่ไม่รู้ว่าจะไปหาข้อความ error ได้จากไหน ใช้ตารางนี้เป็นแผนที่ได้

อาการที่เห็นไปดู error ที่ไหนวิธีเปิด
หน้าเว็บขาวทั้งหน้า หรือปุ่มกดแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้นConsole ของ browserกด F12 แล้วเลือกแท็บ Console
ข้อมูลไม่โหลด บันทึกไม่ได้Network tab ของ browserกด F12 เลือก Network แล้วดูรายการที่เป็นสีแดง
รันบนเครื่องตัวเองไม่ขึ้นเลยTerminal ที่รัน dev serverดูข้อความล่าสุดใน terminal
ในเครื่องใช้ได้ แต่ deploy แล้วพังBuild log และ function log ของ hostingเข้าหน้า dashboard ของ Vercel, Netlify หรือ Cloudflare แล้วดู log ของ deploy ล่าสุด
บันทึกข้อมูลไม่เข้า databaseLog ของ databaseดูในหน้า dashboard ของบริการ database ที่ใช้

ได้ error มาแล้วให้ copy ข้อความทั้งก้อนไปให้ AI อย่าสรุปเป็นคำพูดเอง บรรทัดที่ดูไม่ออกว่าหมายถึงอะไร เช่น ชื่อไฟล์และเลขบรรทัด มักเป็นข้อมูลที่ AI ใช้ได้มากที่สุด ถ้าใช้ Claude Code หรือ Codex ที่รันอยู่ใน terminal ก็สั่งให้มันรันคำสั่ง build หรือ test แล้วอ่าน error เองได้เลย

ขั้นที่ 2 ทำให้บั๊กเกิดซ้ำได้

ก่อนสั่งแก้ ให้จดว่าต้องทำอะไรบ้างบั๊กถึงจะโผล่ เช่น "เข้าหน้า login กรอกอีเมลที่มีตัวพิมพ์ใหญ่ กดเข้าสู่ระบบ แล้วหน้าจอค้าง" ถ้าทำซ้ำแล้วเจอทุกครั้ง AI จะหาสาเหตุได้แม่นขึ้นมาก และพอแก้เสร็จเราก็ใช้ขั้นตอนเดียวกันนี้เช็กว่าหายจริงหรือยัง

ถ้าบั๊กโผล่บ้างไม่โผล่บ้าง ให้จดเพิ่มว่าเจอบนอุปกรณ์อะไร browser อะไร ข้อมูลที่กรอกเป็นแบบไหน บั๊กที่เจอแค่บนมือถือ หรือเจอแค่ตอนกรอกภาษาไทย มีเยอะกว่าที่คิด

ขั้นที่ 3 ให้ AI หาสาเหตุก่อน ยังไม่ต้องแก้

ขั้นนี้สำคัญที่สุด ให้แยกการ "วินิจฉัย" กับ "แก้" ออกจากกัน AI ส่วนใหญ่อยากแก้ทันทีที่เห็นปัญหา ถ้าเราไม่ห้าม มันจะแก้ตามที่เดาไว้ก่อน ใช้ prompt แบบนี้ได้เลย

```
บั๊ก: กดปุ่ม "บันทึก" ในหน้าแก้ไขสินค้าแล้วข้อมูลไม่เปลี่ยน
ขั้นตอนที่ทำให้เกิด: เข้าหน้าสินค้า > กดแก้ไข > เปลี่ยนราคา > กดบันทึก > รีเฟรชแล้วราคายังเป็นค่าเดิม
error ใน Console: (วางข้อความ error ทั้งหมด)
error ใน Network: (วาง status code และ response)
สิ่งที่ลองแล้ว: รีเฟรชหน้า ลองใน browser อื่นก็เป็นเหมือนกัน

ขอให้อ่านโค้ดที่เกี่ยวข้องแล้วบอกสาเหตุที่เป็นไปได้ 2 ถึง 3 ข้อ
เรียงจากที่น่าจะเป็นมากที่สุด และบอกว่าจะพิสูจน์แต่ละข้อยังไง
ยังไม่ต้องแก้โค้ด
```

ถ้าคำอธิบายที่ได้มาฟังดูมีเหตุผลและตรงกับอาการ ค่อยสั่งให้แก้เฉพาะข้อนั้น ถ้า AI ยังไม่แน่ใจ ให้มันใส่ log เพิ่มเพื่อดูค่าจริงตอนรันก่อน วิธีนี้ช่วยได้มากกับบั๊กที่ AI เดาไม่ออกจากการอ่านโค้ดอย่างเดียว

ขั้นที่ 4 แก้ทีละจุด และ commit ทุกครั้งที่ผ่าน

ตั้งกฎกับตัวเองว่าแก้ได้ทีละเรื่อง แก้แล้วทดสอบ ถ้าผ่านก็ commit ด้วย Git ทันที ถ้าไม่ผ่านก็ย้อนกลับไปจุดล่าสุดที่ใช้ได้ แล้วเริ่มวินิจฉัยใหม่ อย่าแก้ซ้อนลงไปบนโค้ดที่พังอยู่แล้ว

ใครยังไม่เคยใช้ Git ก็สั่ง AI ได้ว่า "ช่วยตั้ง Git ให้โปรเจกต์นี้ แล้ว commit ทุกครั้งที่ฉันบอกว่าใช้ได้แล้ว" แค่นี้ก็มีจุดย้อนกลับครบแล้ว นอกจากนี้ Claude Code และ Cursor ยังมีระบบ checkpoint ในตัวที่ย้อนการแก้ไขของ AI ได้ แต่อย่าใช้แทน Git เพราะ Git เก็บประวัติไว้ในโปรเจกต์ถาวร และใช้ร่วมกับการ deploy ได้ด้วย

อีกเรื่องที่ช่วยได้มากคือเปิดบทสนทนาใหม่เมื่อคุยยาวเกินไป ให้ AI สรุปปัญหาและสิ่งที่ลองไปแล้วเป็นข้อความสั้น ๆ ก่อน แล้วค่อยนำไปเริ่มคุยใหม่ AI จะโฟกัสได้ดีกว่าการลากบทสนทนาเดิมต่อไปเรื่อย ๆ

ขั้นที่ 5 ทดสอบซ้ำ รวมถึงกรณีขอบ

บั๊กที่หายในกรณีปกติอาจยังอยู่ในกรณีพิเศษ โดยเฉพาะเว็บที่มีการคำนวณ ตัวอย่างเช่น หารเมา ซึ่งหารค่าอาหารได้ทั้งแบบหารเท่ากันและหารตามที่กิน และคำนวณค่าบริการ VAT กับส่วนลดตามสัดส่วน เว็บแบบนี้มีหลายกรณีที่ต้องลอง เช่น มีคนไม่ได้กินบางรายการ มีส่วนลดแต่ไม่มีค่าบริการ หรือยอดหารแล้วไม่ลงตัว ส่วนเครื่องคำนวณบำเหน็จบำนาญ ที่รองรับทั้งกรณีเกษียณอายุและกรณีอื่น ก็เป็นตัวอย่างของเว็บที่ต้องทดสอบทีละกรณีให้ครบ

ถ้าทำเว็บคำนวณแบบนี้ ให้สั่ง AI ว่า "เขียน test สำหรับฟังก์ชันคำนวณ ครอบคลุมกรณีปกติและกรณีขอบอย่างน้อย 10 กรณี พร้อมค่าที่ควรได้" แล้วตรวจค่าที่ควรได้ด้วยตัวเองหรือคิดเลขมือเทียบ เพราะถ้า AI ตั้งค่าที่ควรได้ผิด test ก็จะผ่านทั้งที่ผลคำนวณผิด พอมี test แล้ว ทุกครั้งที่แก้โค้ดส่วนอื่นก็รัน test ซ้ำได้ทันที ไม่ต้องกลัวว่าจะไปทำส่วนที่เคยใช้ได้พัง

บั๊กที่เจอบ่อยในเว็บที่สร้างด้วย AI

บั๊กหลายแบบเจอซ้ำกันเกือบทุกโปรเจกต์ รู้ไว้ก่อนแล้วจะบอก AI ได้ตรงจุดกว่า

อาการสาเหตุที่พบบ่อยวิธีบอก AI
ในเครื่องใช้ได้ แต่ deploy แล้วพังไม่ได้ตั้งค่า environment variable บน hostingให้ list ตัวแปรทั้งหมดที่โค้ดใช้ แล้วเช็กกับหน้าตั้งค่าบน hosting
deploy บน GitHub Pages แล้วหน้าขาว หรือรูปไม่ขึ้นpath ของไฟล์ไม่ตรงกับชื่อ repo ที่อยู่ใน URLบอก URL จริงที่ deploy แล้วให้ตั้งค่า base path ให้ตรง
ดึงข้อมูลไม่ได้ และมีคำว่า CORS ใน Consoleเรียก API ข้ามโดเมนโดยฝั่ง server ไม่อนุญาตให้ย้ายการเรียก API ไปทำฝั่ง server หรือตั้งค่าโดเมนที่อนุญาต
บันทึกลง database แล้วไม่มี error แต่ข้อมูลไม่เข้าสิทธิ์การเขียนข้อมูลของ database ไม่เปิดให้ผู้ใช้ให้ตรวจ policy หรือ security rules ของตารางนั้น
ภาษาไทยใน PDF หรือรูปที่สร้างกลายเป็นสี่เหลี่ยมฟอนต์ที่ใช้ไม่มีอักษรไทยให้ฝังฟอนต์ไทยที่ใช้ได้ฟรีลงในตัวสร้างเอกสาร
บนคอมสวย แต่บนมือถือเลย์เอาต์เละทดสอบแต่จอใหญ่ให้ปรับ layout สำหรับจอกว้าง 375px แล้วเปิดดูในโหมดมือถือของ browser

เรื่องภาษาไทยในเอกสารสำคัญมากกับเว็บที่สร้างไฟล์ให้ผู้ใช้ดาวน์โหลด อย่าง BaiSanor ที่สร้างใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ และใบเสร็จรับเงินเป็น PDF ได้ทันทีโดยไม่ต้องสมัครสมาชิก หรือ SubPung ที่ให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดวิดีโอพร้อมคำบรรยายภาษาไทยหรือไฟล์ SRT ถ้าคุณทำเว็บที่ส่งออกไฟล์ภาษาไทยแบบนี้ ควรเปิดไฟล์ที่ได้ดูเองทุกครั้งหลังแก้โค้ด เพราะหลายครั้งไม่มี error ขึ้นเลย แต่สระกับวรรณยุกต์แสดงผลเพี้ยน

ส่วนเว็บที่ใช้ database ภายนอก อย่าง CSV Data Analyst AI ที่ระบุว่าใช้ React, Tailwind, Vercel และ Supabase เป็นโครงแบบที่เจอได้ทั้งปัญหา environment variable และสิทธิ์ของ database ในตารางข้างบน เวลาแจ้งบั๊กกับ AI ให้บอกด้วยว่าใช้บริการอะไรอยู่ AI จะไปดูถูกที่ตั้งแต่รอบแรก

เมื่อไหร่ควรเลิกแก้ แล้วเริ่มส่วนนั้นใหม่

บางครั้งการเขียนส่วนที่พังใหม่ก็เร็วกว่านั่งแก้ต่อ สัญญาณที่บอกว่าควรหยุดมีประมาณนี้

ถ้าเจอแบบนี้ ให้ย้อน Git กลับไป commit ล่าสุดที่ใช้ได้ แล้วเขียนสเปกของส่วนนั้นใหม่ให้ชัดกว่าเดิม บอกว่าต้องรับข้อมูลอะไร ส่งออกอะไร และต้องรองรับกรณีพิเศษไหนบ้าง จากนั้นให้ AI เขียนเป็นไฟล์แยก ขอบเขตที่เล็กลงช่วยให้ AI ทำพลาดน้อยลงชัดเจน

ถ้าเป็นระบบที่ใช้กับงานจริงที่มีขั้นตอนเฉพาะทาง อย่าง Touch-once ซึ่งจัดการสินค้าคงคลังในครัวโรงพยาบาลแบบ PWA และอ้างอิงแนวทาง HACCP กับ FEFO การเขียนสเปกให้ AI ต้องใส่กฎของงานจริงลงไปด้วย เช่น ของที่หมดอายุก่อนต้องจ่ายออกก่อน เพราะ AI ไม่รู้กติกาหน้างานเหล่านี้ถ้าเราไม่บอก บั๊กประเภทที่ระบบทำงานได้แต่ทำผิดจากกฎงานจริงแบบนี้ ไม่มี error ขึ้นเตือน คนที่รู้งานต้องลองใช้เองถึงจะเจอ

สรุปขั้นตอนแบบสั้น

  1. เก็บข้อความ error จริงจาก Console, Network, terminal หรือ log ของ hosting
  2. จดขั้นตอนที่ทำให้บั๊กเกิดซ้ำได้
  3. ให้ AI บอกสาเหตุที่เป็นไปได้ก่อน ยังไม่ให้แก้
  4. แก้ทีละจุด ทดสอบ แล้ว commit
  5. ทดสอบกรณีขอบ และเขียน test สำหรับส่วนที่มีการคำนวณ
  6. ถ้าวนเกิน 5 รอบ ให้ย้อนกลับแล้วเขียนส่วนนั้นใหม่จากสเปกที่ชัดขึ้น

การแก้บั๊กเป็นทักษะที่ใช้ได้กับทุกเครื่องมือ ไม่ว่าคุณจะใช้ Claude Code, Codex หรือ Cursor ฝึกจนติดเป็นนิสัยแล้วจะเห็นว่าส่วนที่ทำให้งานช้าไม่ได้อยู่ที่ AI เขียนโค้ดผิด แต่อยู่ที่เราให้ข้อมูลมันไม่พอ ใครอยากดูว่าคนไทยคนอื่นทำเว็บและแอปอะไรออกมาจนใช้งานได้จริงบ้าง ลองเข้าไปดูผลงานกว่า 2,400 ชิ้นบนแอปเทพได้